<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียวสมุนพบแม้ว-ปู &#039;ป้อม-วิษณุ&#039;อ้างปล่อยออกไปแล้วทุกคนมีเสรีภาพตั้งพรรคเงาได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์&amp;rdquo; ถกเครียด 2 ชั่วโมง ก่อนให้สรุปผล 10 พ.ย.ว่าจะเอาอย่างไรแน่แผน &amp;nbsp;&amp;ldquo;แยกกันเดินร่วมกันตี&amp;rdquo; &amp;ldquo;ประวิตร-วิษณุ&amp;rdquo; ไฟเขียวสมุนพบนายเหนือ ชี้ทุกคนมีเสรีภาพ! รับตั้งพรรคเงาขึ้นได้ หากมีทุนมีสมองก็ไม่ผิด เสื้อแดงอ้าแขนรับ &amp;ldquo;เพื่อชาติ-เพื่อธรรม&amp;rdquo; อุตตมสุดมึนข่าวไขก๊อก 12-13 ธ.ค.มาอย่างไร บิ๊กป้อมลั่นเสียงโห่บุรีรัมย์เป็นการต้อนรับ ภท.รีบปัดข่าวเลือกข้าง บอกต้องรอหลังเลือกตั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.) แจ้งความเคลื่อนไหวของนายทักษิณและ &amp;nbsp;น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าเมื่อวันที่ 8 ต.ค. นายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ร่วมรับประทานอาหารและหารือกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการ พท. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรค และแกนนำอดีต ส.ส.ภาคอีสานประมาณ 5 คน ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นการหารือถึงยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพรรคเพื่อไทย และวิเคราะห์มุมมองความเป็นไปได้ต่างๆ ว่าจะมีอะไรทำให้ พท.ประสบอุบัติเหตุได้หรือไม่ ซึ่งหลังจากนี้ทุกฝ่ายจะนำมุมมองต่างๆ ที่พูดคุยกันไปวิเคราะห์ถึงการเดินเกมเพื่อไปสู่การเลือกตั้งว่า สมาชิก พท.จะอยู่สู้ต่อไปในนามพรรคเพื่อไทย หรือต้องย้ายไปยังพรรคสำรองที่เตรียมไว้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผลสรุปจะออกมาภายในวันที่ 10 พ.ย. เนื่องจากวันที่ 24 พ.ย.จะเป็นเส้นตาย 90 วันการเป็นสมาชิกพรรคก่อนการเลือกตั้ง หลังการพูดคุยนายทักษิณจะเดินทางต่อไปยังประเทศญี่ปุ่น ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังอยู่ที่เกาะฮ่องกง ก่อนที่ทั้ง 2 คนจะเดินทางไปพบกันที่สาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป&amp;rdquo; รายงานระบุ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงแกนนำ พท.เดินทางไปพบนายทักษิณว่า เราปล่อยให้เขาออกนอกประเทศได้แล้ว เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ว่าเขาไปทำอะไร ส่วนจะผิดในลักษณะการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ต้องไปถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวเช่นกันว่า ไม่มีอะไรที่น่าจะผิดกฎหมาย สื่อไม่ควรสรุปเองว่าการซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางไปต่างประเทศก็เพื่อที่จะไปคุยกันในเรื่องที่เป็นข่าว เพราะเขาอาจไปทำอย่างอื่นก็ได้ เช่น ช็อปปิ้งหรือเดินเล่นกินข้าว การจะทำอะไรผิดกฎหมายนั้นต้องมีพฤติการณ์ที่ชัดเจน &amp;nbsp;แต่การซื้อตั๋วไปฮ่องกง ดูไบ มอนเตเนโกรนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก ทุกคนมีเสรีภาพในการเดินทาง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต่อให้ไปเจอคุณทักษิณ ผมก็ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร จะถือว่าคุณทักษิณครอบงำพรรคหรือไม่ &amp;nbsp;ขออย่าได้วินิจฉัยเลยเรื่องนี้ ถูกกฎหมายหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถูกต้องหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุยังกล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองตั้งพรรคสำรองเพื่อรองรับการเลือกตั้งว่า พรรคการเมืองจะแตกยอดจดทะเบียนออกไปอีกกี่พรรคก็เรื่องของเขา เพราะเมื่อแยกออกไปแล้วก็ถือว่าเป็นคนละพรรคกัน ไม่ใช่หัวหน้าพรรคคนเดียวกัน คนละนโยบาย ถือเป็นคนละนิติบุคคล ส่วนเป้าหมายจะเหมือนกับพรรคที่แตกยอดออกมาหรือไม่นั้น ไม่ทราบ เพราะเรื่องนี้ไม่มีอะไรผิดกฎหมาย แม้บางพรรคจะยอมรับว่าได้ตั้งพรรคสำรองไว้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ใครจะมีทุน มีสติปัญญา จะไปคิดตั้งพรรคเพิ่มก็ไม่แปลกอะไร มันมีมาทุกยุคทุกสมัย เพียงแต่เราอาจไม่รู้สึกว่าโจ่งแจ้ง ที่เขาต้องตั้งพรรคเพิ่มเพราะต้องการเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุด เมื่อเขามองว่าเป็นช่องทางที่สามารถทำได้ก็เรื่องของเขา&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รูปแบบนี้ตอบโจทย์การปฏิรูปพรรคการเมืองหรือไม่ เพราะแทนที่นักการเมืองจะทำให้พรรคเข้มแข็ง แต่กลับตั้งพรรคเพิ่มเพื่อให้ได้คะแนนเสียงมากๆ นายวิษณุตอบว่าไม่ทราบ ตอบไม่ถูก &amp;nbsp;เชื่อว่าประชาชนจะพิจารณาแล้วตัดสินใจได้ เมื่อเขาทำได้โดยไม่ผิดก็ไม่เป็นไร&amp;nbsp;
แดงไม่ขัดจับมือ &amp;#39;พธ.-พช.&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิสิต สินธุไพร สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) และแกนนำคนเสื้อแดงกล่าวถึงพรรคเพื่อชาติ &amp;nbsp;(พช.) ที่ได้รับการสนับสนุนจากแกนนำคนเสื้อแดงบางส่วน โดยยอมรับว่าตอนนี้มีทั้งพรรคเพื่อธรรม &amp;nbsp;(พธ.) พรรคเพื่อชาติ แต่ยังไม่รู้ว่านโยบายจะเป็นอย่างไร รวมทั้งแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก็ยังไม่เคยหารือกันเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่มีปัญหา เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ทราบถึงนโยบายจุดยืนว่าเป็นอย่างไร รู้เพียงแค่มีพรรคเพื่อชาติเกิดขึ้นแล้ว โดยวันที่ไปจัดรายการช่องพีซทีวี เจอกับนายจตุพรก็ได้สอบถามถึง ซึ่งนายจตุพรบอกเพียงว่าจะมีพรรคเพื่อชาติเกิดอีกพรรคหนึ่ง จากนั้นก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ&amp;rdquo; นายนิสิตกล่าวตอบข้อถามที่ว่า พรรคเพื่อชาติและพรรคเพื่อธรรมเป็นพันธมิตรของพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ สมาชิกพรรคเพื่อไทยและอดีต รมช.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีถูกมองว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังพรรคเพื่อชาติ เพราะให้ใช้ห้างอิมพีเรียลสำโรงในการประชุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ว่า พรรคเพื่อชาติจัดตั้งมานานแล้ว โดยคนรู้จักกันเขามาขอใช้สถานที่ประชุม ก็ให้ใช้โดยเก็บเงินค่าเช่าเหมือนกรณีทั่วไป ส่วนตัวยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเพราะยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย การเลือกตั้งครั้งต่อไปก็ลงในชื่อเพื่อไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากผู้ร่วมก่อตั้งพรรค พช.ว่า การก่อตั้งพรรคเพื่อชาติเป็นยุทธศาสตร์การเก็บคะแนนทุกคะแนนไม่ให้ตกน้ำ เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันบีบให้พรรคการเมืองเล็กลง ทำให้ต้องหาทางออก โดยมีเป้าหมายด้านเศรษฐกิจและสร้างความปรองดอง ซึ่งในวันประชุมใหญ่ในเดือน พ.ย.นี้จะมีแนวร่วมคนเสื้อเหลือง-แดงระดับบิ๊กเนมมาร่วมเปิดตัว โดยตั้งเป้าหมาย ส.ส. 20-30 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกระแส 4 รัฐมนตรีที่ไปร่วมงานพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นั้น นายวิษณุย้ำว่าได้พูดในที่ประชุม ครม.ไปแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องบอกอะไรอีก เชื่อว่าแต่ละคนรู้อยู่แล้วว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร และการที่รัฐมนตรีลงเล่นการเมืองก็ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก ส่วน 4 รัฐมนตรีจะลาออกหรือไม่ เมื่อไร ไม่เคยมีใครมาปรึกษา
พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการลาออกของ 4 รมต.เช่นกันว่า &amp;quot;เป็นเรื่องของเขา เขาคิดของเขาเองได้&amp;quot;
อุตตมปัดไขก๊อก 12-13 ธ.ค.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ว่าที่หัวหน้าพรรค พปชร.ปฏิเสธกระแสข่าวจะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการในวันที่ 12-13 ธ.ค.ว่า ไม่เคยพูด ไม่เคยได้ยิน ตอบได้อย่างเดียวคือถึงเวลาที่เหมาะสมจะรู้เอง ส่วนเรื่องคุณสมบัติที่เป็นผู้จัดตั้งพรรค ซึ่งนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปตั้งข้อสังเกตว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญนั้น ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ยืนยัน 4 รัฐมนตรีไม่ลงสมัคร ส.ส.แน่นอน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ &amp;nbsp;ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง กล่าวประเด็นนี้เช่นกันว่า &amp;nbsp;ไม่ทราบเรื่องการจะลาออกในวันที่ 12-13 ธ.ค.เลย คิดว่าสื่อคงคำนวณเองว่าจะลาออกเมื่อปลดล็อกหรือเมื่อพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ประกาศเลือกตั้งแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีสิทธิ์ตั้งคำถามได้ แต่ต้องย้อนไปดูในอดีตว่าหลายรัฐบาลปฏิบัติอย่างไร เช่น 2-3 รัฐบาลก่อนหน้านี้ก็อยู่ถึงวันเลือกตั้งด้วยซ้ำ ไม่มีใครออกสักคน จึงต้องให้ความเป็นธรรมในการเทียบเคียงกับแนวปฏิบัติที่ผ่านมาด้วย&amp;rdquo; นายพุทธิพงษ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวเรื่องนี้ว่า หากพูดถึงความต่อเนื่องของงาน ถ้าอยู่ทำงานต่อไปคงจะเหมาะสมกว่า แต่ถ้าพูดถึงประเด็นความเหมาะสมหรือไม่ คนที่ทำงานเป็นถึงระดับเสนาบดี ก็ควรใช้วิจารณญาณทำงานและขอให้วางตัวเป็นกลางให้มากที่สุด ขอให้คิดถึงประโยชน์ของประเทศชาติในการทำงานในแต่ละกระทรวง ทบวง กรม เป็นสิ่งสำคัญมากกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สมัยก่อนเวลารัฐบาลยุบสภาก็ไม่เห็นมีรัฐมนตรีคนไหนลาออกไม่ใช่หรือ ก็เห็นรักษาการกันต่อไป จนกระทั่งมีรัฐบาลใหม่แล้วก็ส่งไม้ต่อ ก็เห็นอยู่กันจนนาทีสุดท้าย ซึ่งครั้งนี้ก็คล้ายๆ กัน และในวันนี้ทุกคนก็ตั้งหน้าที่จะเดินหน้ากันไปให้ถึงวันเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 และถ้าเกิดออกในช่วงนี้ก็อย่างที่ผมบอกแล้วว่าต้องปรับ ครม. เหลือเวลาเพียง 3-4 เดือนคงไม่ใช่เรื่องง่าย&amp;rdquo; นายวราวุธกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกระแสถูกชาวบุรีรัมย์โห่ขณะไปเปิดการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบ &amp;quot;บุรีรัมย์โมโตจีพี&amp;quot; ว่า &amp;quot;เขาโห่ต้อนรับ ไม่ได้โห่ไล่ โห่ให้รองนายกฯ ถ้าโห่ไล่ก็ต้องขว้างสิ่งของใส่ เขาจะมาโห่ไล่ทำไม ไปทำงานให้เขา ซึ่งก็ได้ยินเพราะเสียงดัง ไม่ได้รู้สึกดีใจอะไร รู้สึกปกติ ส่วนที่โซเชียลระบุว่าเป็นการโห่ไล่นั้น ยืนยันว่าเขาต้อนรับอย่างดี ส่วนคุณเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็ดีไม่มีอะไร และส่วนที่ลงพื้นที่อีสานบ่อยนั้น ไปทำงานเรื่องของหนี้นอกระบบ และวันที่ 26 ต.ค.นี้ก็จะไป จ.ศรีสะเกษ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสรอรรถ กลิ่นประทุม คณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการเชื่อมโยงพรรคกับรัฐบาลในการไปเปิดงานของ พล.อ.ประวิตรว่า งานแข่งขันจักรยานยนต์ถือเป็นงานระดับโลก &amp;nbsp;ต้องให้คนระดับประเทศเปิดงานก็ถูกต้องแล้ว ส่วนการจับพรรคไปอยู่ตรงนั้นตรงนี้ ถือเป็นเรื่องธรรมดาตามวิถีการเมืองที่ต้องดิสเครดิตชิงความได้เปรียบ ซึ่งพรรคไม่ได้ให้ความสำคัญอะไร แต่หากกล่าวหาที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงและกระทบกับพรรคจนเกิดความเสียหาย พรรคต้องดำเนินการตามกฎหมาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ก่อนจับเราไปอยู่กับใคร อยากให้ย้อนไปฟังที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคพูดเมื่อคราวประชุมใหญ่ ว่าพรรคจะไปทางไหนต้องดูหลังการเลือกตั้ง ตรงนั้นเป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้วว่าวันนี้พรรคยังไม่เลือกข้าง แต่จะรอดูการตัดสินใจของประชาชนเป็นหลัก เพราะพรรคการเมืองต้องฟังประชาชน&amp;rdquo; นายสรอรรถกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกรณีนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตรองนายกฯ จะเข้าร่วมพรรค พปชร.ว่าเป็นเรื่องของเขา ถ้าเขาเห็นพรรคดีเขาก็เข้า ถ้าเห็นพรรคไม่ดีเขาก็ไม่เข้า เป็นเรื่องธรรมดา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ &amp;nbsp;(สปท.) ด้านการเมือง บุตรชาย พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ผู้ก่อตั้งพรรคปวงชนชาวไทย เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิก ชพน. โดยมี นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้า ชพน.และคณะต้อนรับ โดย พล.อ.ฐิติวัจน์กล่าวว่าคุ้นเคยกับ ชพน.มาร่วม 30 ปีตั้งแต่สมัยเด็กๆ ถือเป็นการตัดสินใจโดยส่วนตัว ไม่มีใครมาชวน &amp;nbsp;และได้แจ้งให้ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรทราบแล้ว เพราะต้องลาออกจากกรรมการปฏิรูปการเมือง โดยบุคคลทั้งสองไม่ได้สั่งหรือฝากให้ความเห็นใดๆ&amp;nbsp;
ชงชื่อสุวัจน์เป็นนายกฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรค ชพน.กล่าวว่า นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกฯ &amp;nbsp;และอดีตประธานที่ปรึกษาพรรรคยังไม่ได้เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค แต่มั่นใจว่าจะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคแน่ หลังจากคัดเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในช่วงปลายเดือน ต.ค. เพราะนายสุวัจน์อาจเป็น 1 ใน 3 รายชื่อที่พรรคจะเสนอให้เป็นนายกฯ ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนสหราชอาณาจักรและยุโรปได้รับเชิญให้ไปออกรายการ Today ของบีบีซี ซึ่งรายการได้แนะนำนายธนาธรในฐานะนักธุรกิจที่เข้ามาทำงานการเมืองเพื่อหวังเปลี่ยนแปลงประเทศ โดยพิธีกรถามถึงเหตุผลที่กล้าเสี่ยงเข้ามาทำงานการเมือง ทั้งที่เป็นมหาเศรษฐี มีชีวิตที่สุขสบายอยู่แล้ว ซึ่งนายธนาธรระบุว่า ลำพังเพียงความสำเร็จในทางธุรกิจไม่สามารถทำให้พอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ในประเทศได้ แต่ต้องการให้สภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยนับล้านๆ คนดีขึ้นด้วย ไม่ใช่แค่ตนเอง ซึ่งความเสี่ยงนั้นคุ้มค่าเพราะเป็นการทำเพื่ออนาคตของคนรุ่นต่อไป ตลอดชีวิตที่ผ่านมา 40 ปีผ่านการรัฐประหารมาแล้วถึง 5 ครั้ง ลูกหลานคนไทยไม่ควรต้องเผชิญกับอนาคตแบบนี้อีกต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้า คสช.จะสกัดกั้นการลงเลือกตั้งของพรรคอนาคตใหม่ก็จะเสียหน้าตักมาก และไม่มีเหตุผลที่ดีพอ ส่วนเรื่องคดีความที่เกิดขึ้นกับผมและกรรมการบริหารพรรคเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นเรื่องที่พรรคคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าจะเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว จึงไม่ได้กังวลใจอะไร เพราะในไทยการเข้าสู่การเมืองและเปิดหน้าชนกับรัฐบาลทหาร จำเป็นต้องเผชิญกับเรื่องเช่นนี้อยู่แล้ว&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าวตอบข้อถามที่ว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลทหารจะไม่ยอมให้พรรคอนาคตใหม่ลงเลือกตั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19411</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา, ทักษิณ, ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นิสิต สินธุไพร, พรรคอนาคตใหม่, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก, ยพุทธิพงษ์  ปุณณกันต์, วิษณุ เครืองาม, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb6b4e84476.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธิพงษ์&#039;ขอความเป็นธรรม 4 รมต.พลังประชารัฐ  เปรียบรัฐบาลที่ผ่านมาก็ไม่ใครลาออกสักคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.61 - นายพุทธิพงษ์ &amp;nbsp;ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว 4 รัฐมนตรีที่เป็นแกนนำก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะลาออกจากตำแหน่งเมื่อพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง หรือ ราววันที่ 12-13 ธันวาคม ว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้เลย &amp;nbsp;คิดว่าสื่อมวลชนคงคำนวณเองว่าจะมีการลาออกเมื่อมีการปลดล็อกหรือเมื่อพระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ฎ.)การเลือกตั้งประกาศแล้ว &amp;nbsp;แต่เท่าที่ตนทราบคือทั้ง 4 รัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่าจะลาออกเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งในวันนี้ยังไม่มีการพูดถึงวันที่แน่นอน &amp;nbsp;เช่นเดียวกับตนที่ยังไม่ทราบว่าจะลาออกหรือไม่และเมื่อใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเป็นข้าราชการตัวเล็กๆ จึงไม่น่าจะอยู่ในข่ายและคงไม่มีใครมายุ่ง เพราะไม่สามารถให้คุณให้โทษในทางการเมืองได้ &amp;nbsp; แต่ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว อะไรก็ได้ เดี๋ยวค่อยว่ากัน&amp;rdquo; นายพุทธิพงษ์กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึง กรณีฝ่ายการเมืองวิพากษ์วิจารณ์ 4 รัฐมนตรีที่ไม่ลาออกจากตำแหน่ง นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า มีสิทธิตั้งคำถามได้ แต่ต้องย้อนไปดูในอดีตว่าหลายรัฐบาลปฏิบัติอย่างไร &amp;nbsp;เช่น 2-3 รัฐบาลก่อนหน้านี้ก็อยู่จนถึงวันเลือกตั้งด้วยซ้ำ ไม่มีใครออกสักคน จึงต้องให้ความเป็นธรรมในการเทียบเคียงกับแนวปฏิบัติที่ผ่านมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึง งานระดมสมองคนรุ่นใหม่ของพรรคพลังประชารัฐเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เป็นบรรยากาศที่ดี &amp;nbsp;โดยตนได้พูดคุยกับทีมรุ่นใหม่มานานไม่ต่ำกว่า 3-4 เดือนก่อนหน้านี้ เป็นการพูดคุยในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารัฐ แต่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ เมื่อประจวบกับมีการก่อตั้งพรรคและตนเข้ารับตำแหน่งรองเลขาธิการนายกฯ จึงเชิญชวนคนรุ่นใหม่เหล่านั้นเข้ามาทำงาน ซึ่งนิยามคนรุ่นใหม่ของตนคือ คนที่คิดอะไรใหม่ๆ กล้าเปลี่ยนแปลง กล้าปฏิรูปประเทศไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ทั้งนี้ อายุโดยเฉลี่ยของทีมอยู่ที่ 30-40 ปีและมีประสบการณ์การทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หลังจากรับตำแหน่งรองเลขาฯนายกฯฝ่ายการเมือง &amp;nbsp;จะได้เห็นบทบาทการพูดคุยกับมวลชนมากขึ้นหรือไม่ นายพุฒิพงษ์ กล่าวว่า การพูดคุยกับประชาชนเป็นทางถนัดของตนอยู่แล้วและเป็นหน้าที่ส่วนหนึ่งที่นายกฯมอบหมาย ซึ่งที่ผ่านมาอาจไม่มีคนทำหน้าที่นี้มากนัก ถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะตนจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกับประชาชนด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19374</URL_LINK>
                <HASHTAG>พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, ยพุทธิพงษ์  ปุณณกันต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180928/image_big_5badaac3b4ab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
